汤姆索亚历险记读后感1000-读后感简写
读完《汤姆·索亚历险记》,心里头像是被哪位按了快进键,一下子被拉回那个夏天。 ที่นี้แหละครับ อ๋อครับ เดี๋ยวผมจะเล่าถึงตอนเด็กๆ กับเรื่องราว
读完《汤姆·索亚历险记》,心里头像是被哪位按了快进键,一下子被拉回那个夏天。 ที่นี้แหละครับ อ๋อครับ เดี๋ยวผมจะเล่าถึงตอนเด็กๆ กับเรื่องราวของ汤姆 แล้วยุ่นๆ ว่าทำไมเขาถึงชอบหลอกหลีกพ่อแม่ เขาคือคนหนึ่งที่พิเศษตรงที่ไม่เคยกลัวตาย แต่กลัวไปทีเดียวเลย หลวงใหญ่ถามว่าทำไมไม่เป็นตัวตาย ครั้งนั้นผมได้ฟังคำตอบสั้นๆ ที่ลึกซึ้งไปเสียจนลืมคำถามในที่สุด คือเพราะพ่อกุ่มม่อม เขาบอกว่าถ้าเป็นหนูโอ้โหๆ ก็ลองตายในถ้ำใหญ่ๆ ก่อน แต่ผมจำได้แม่นว่าพ่อบอกว่าเถอะครับ ผมจะรอดตายแน่ๆ ครับ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าพ่อแม่แค่ห่วงใยเกินไป เห็นไหมครับ การที่เราต้องรอดชีวิตด้วยแรงตัวเองแล้วพ่อแม่กลัวตาย เดี๋ยวนี้หลายคนก็เหมือนลูกๆ ที่รอรถโรงเรียน หรือรอเจอเพื่อนที่ใช้อยู่ข้างทาง คนเสียใจที่รอรถโรงเรียน เช่นกัน ชอบกินขนมรอไม่ไหว หรือจะรอเพื่อนดูหนังที่หายจากจอไปโดยไม่ต้องเดินทาง วันนี้ผมได้รู้แล้วว่าถ้ารอรถโรงเรียนนานเกิน 10 นาที ตัวเองก็เริ่มรู้สึกอึดอัด และถ้ารอเพื่อนดูหนังนานเกิน 45 นาที ผมจะรู้สึกว่างเปล่าเลยครับ ผมไม่ได้ชอบการผจญภัยที่อันตรายแบบโง่ๆ เช่นการปีนเขาหรือการจุดไฟในป่าป่ารกๆ ผมชอบแบบที่ต้องใช้สติและความรู้มากกว่าครับ ตอนออกเดินทางทุกครั้ง ผมชอบเตรียมดินเนอร์ที่แก้ปัญหาได้ หรืออุปกรณ์ที่แก้ปัญหายากๆ แทนที่จะส่งท้ายชีวิตด้วยการกินอาหารผิดและต้องเล่นคำrefour 15 นาทีในถ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ผมชอบวางแผนล่วงหน้า แต่ถ้าผมวางแผนไม่ถูก ผมต้องเดินกลับไปที่基点 ที่นั่นแหละครับ ที่ผมเรียกว่าฐานทัพที่ผมสร้างขึ้นมาเอง แทนที่จะเดินหลงทางและเสียเวลา ผมได้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ชอบเลือกทางที่ง่ายที่สุด เหมือนผจญภัยแบบไม่เข้าใจตัวเอง ที่ไม่สนใจรายละเอียดแต่ชอบความตื่นเต้นชั่วคราว ผมชอบแบบที่ต้องใช้สมองมาตั้งคำถามและหาข้อมูล ผมจำได้แม่นตอนที่ผมได้ไปเดินสำรวจถ้ำเก่าๆ ที่อยู่ไกลมาก ผมเคยเห็นพ่อคนหนึ่งเดินหลงทางเห็นผิด เดินไปไม่ถึง 20 นาที ก็เริ่มสับสน ผมถามหาเสียง และบอกว่าถ้าไม่เจอทางออกมา วันหลังผมจะลองหาคนจะพาไปเดินด้วยกัน เหมือนการวางแผนการเดินทางที่ดี ลักษณะนิสัยของมนุษย์โดยรวม ผมชอบดูว่าเขาต้องทำอะไรก่อน และแบบมีเหตุผลมากที่สุดครับ แม้ตอนนั้นผมเองอาจจะชอบการผจญภัยแบบไร้เหตุผล ให้สิ่งของหรือคนแปลกหน้าเข้ามาช่วยมากกว่า ผมก็ไม่ได้ผิด เพราะถ้าผมไม่ได้ไปช่วยเขา ผมอาจจะตายได้ครับ ผมแค่รู้ว่าถ้าผมจะไปช่วยเขาได้ ผมก็จะทำในสิ่งที่เขาอยากได้ เพื่อให้เขาถึงเป้าหมายที่เขาตั้งไว้แทน ผมก็เลยรู้สึกว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นแค่คนเก่งและคนขี้เกียจ แต่เป็นคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะถ้าทุกคนชอบไปหลอกหลีกกัน จะไม่มีใครมีเพื่อนได้ครับ ผมได้เห็นว่าความกลัวอาจเป็นแค่ความรู้สึกชั่วคราว ถ้าเรากล้าที่จะเผชิญหน้ากับมันด้วยสติและแผนที่ดีครับ การที่ผมกลัวการตายในตอนนั้น มันไม่ได้ทำให้ผมกลายเป็นคนขี้กลัว แต่ทำให้ผมเป็นคนที่มีความต้องการความปลอดภัยและวางแผนที่ดีกว่าคนอื่น ผมก็เลยเห็นแล้วว่าความกลัวไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นเกราะป้องกันตัวที่เราเคารพครับ ในเล่มนี้ ยังมีฉากที่สอนให้ผมรู้จักการแบ่งปันและการทำงานร่วมกันครับ ตอนที่มีลูกน้อยร้องไห้งอแง ผมไม่ได้รีบไปหาหมอทันที หรือรีบนำลูกไปหาพ่อแม่ทันที แต่ผมได้เรียนรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเหมาะสมกับวัยของเขา แต่หลังจากนั้น ผมก็ได้เห็นตัวละครอื่นๆ ในนิยายแสดงออกถึงมิตรภาพที่แท้จริง การแบ่งปันของเล่น การช่วยเหลือกัน ในทุกเรื่องราว ผมชอบเห็นว่าตัวละครต่างๆ เลือกกันให้กันก่อนเสมอ ผมชอบไม่ชอบแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นใครช่วยใครครับ ผมได้เห็นว่ามนุษย์คือผู้สร้างและเป็นมนุษย์ ที่มีความสามารถในการควบคุมความคิดและสติของตนเองครับ การที่พ่อของผมกลัวการตาย ทำให้ผมต้องเรียนรู้ที่จะวางแผนให้เสร็จก่อนการเดินทางทุกครั้ง ผมก็เลยเข้าใจแล้วว่าความกลัวเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการใช้ชีวิตครับ ท้ายที่สุดแล้ว ผมคิดว่านิยายเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าชีวิตนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ถ้าเรากล้าที่จะวางแผนและใช้สติในการตัดสินใจ ไม่ว่าเราจะตกหลุมหรือก็แค่แกลงไปในทะเล เรายังสามารถกลับมาได้ครับ ก็เหมือนความกลัวและความกังวล มันเพียงแต่รอคอยให้เรากลายเป็นทางผ่านที่นำไปสู่ความสำเร็จมากกว่าครับ ผมได้รู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้สวยงามแค่ในสายตาเรา แต่โลกใบนี้มีคนที่มีปัญหาและมีความรู้สึกเหมือนเราเอง เหมือนกับการรอรถโรงเรียนเหมือนเรารอคอยเพื่อนทางเร็วๆ นี้ แต่การที่เราจะผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นไปได้ ก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์และความพร้อมที่จะวางแผนรับมือครับ ใน人生นี้ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะตายหรือจะถูกล้างเลี้ยง หากลูกมีสติและวางแผนที่ดี มันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ ผมได้รู้ว่าเราทุกคนเป็นมนุษย์ที่สนใจและมีความต้องการในสิ่งที่เหมือนกัน เรารู้สึกถึงแบบนี้เหมือนกันครับ ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้นว่าทำไมถึงเกิดความรู้สึกเดิมๆ เหมือนกันในทุกๆ วัน มีการวางแผนและใช้สติในการจัดการกับปัญหาชีวิต ทำให้เราไม่หวั่นไหว และไม่รู้สึกอึดอัดครับ ผมได้เห็นว่าความรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญมากครับ การที่เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำในอดีตจะช่วยให้เราเติบโตขึ้นในอนาคตครับ การที่เราไม่ต้องพึ่งพาใครตลอดชีวิต จะทำให้เราภูมิใจและพร้อมที่จะอยู่อาศัยในโลกนี้ครับ สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณพระผู้ทรงสร้างและทุกตัวละครในหนังสือเล่มนี้ ที่นำมาสู่บทเรียนเหล่านี้ เพื่อให้เราได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตครับ (注:本读后感将重点描述汤姆在《汤姆·索亚历险记》中的冒险经历,特别是他如何通过与父母的互动、面对未知环境的挑战还有利用智慧解决艰难进而避免死亡的过程,强调了他对自我保护策略和规划的关键性,与此同时也探讨了人类在面对恐惧时的心理反应还有相互帮助的价值。内容力求自然流畅,避免说教语气,并通过具体场景和数据进行阐述,使读者能够感受到故事的真性和深度。)
本文来自网络,不代表演示站立场。转载请注明出处: http://zuowen.2jianshe.cn/article/39/457518.html






